นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ของ

บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด


   บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด (“บริษัทฯ”) ให้ความสำคัญต่อข้อมูลส่วนบุคคล และการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมา บริษัทฯ จึงจัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ขึ้น สำหรับใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ซึ่งรวมถึงการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่างๆ และเพื่อให้ทุกท่านได้รับทราบถึงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงประกาศนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (“นโยบาย”) ดังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ความหมายที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
   1.1 ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ยกตัวอย่าง เช่น ชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ อีเมล เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
   1.2 ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
   1.3 ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคล ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้คำสั่ง หรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (บุคคลดังกล่าวต้องไม่เป็น ผู้ควบคุมข้อมูล)

2. ขอบเขตในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้กับการเก็บ การรวบรวม การใช้ การเปิดเผย การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือกระทำการใดๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีฝ่ายควบคุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบองค์กรเป็นผู้ตรวจสอบให้ปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด

3. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
   3.1 บริษัทฯ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ขอบเขตและวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ตลอดจน การเก็บรวบรวม และการจัดเก็บข้อมูลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การดำเนินธุรกิจ หรือการให้บริการ
   3.2 บริษัทฯ จะดำเนินมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูล ส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลก่อน ทั้งนี้บริษัทฯ จะดำเนินการให้เจ้าของข้อมูล รับรู้ ให้ความยินยอมตามแบบวิธีการของบริษัทฯ ก่อนทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคลล เว้นแต่
      3.2.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
      3.2.2 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อ ชีวิต ร่างกายหรือสุขภาพของบุคคล
      3.2.3 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ใน การดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น
      3.2.4 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
      3.2.5 เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิ ขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
      3.2.6 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเพื่อการศึกษา วิจัย การจัดทำสถิติ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
   3.3 บริษัทฯ อาจใช้บริการของบุคคลภายนอก (ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมการให้บริการหลังการขาย ซึ่งผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย โดยห้ามดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนอกเหนือจากที่บริษัทกำหนด

4. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม การจัดเก็บ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ รวบรวม จัดเก็บ ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจและการให้บริการ เช่น การให้บริการ หลังการขาย การวิจัยตลาดและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใดๆ ของบริษัท และ/หรือบุคคลที่เป็นตัวแทนจำหน่าย หรือมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย และ/หรือเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัทฯ ทั้งปัจจุบัน และในอนาคต รวมทั้งยินยอมให้บริษัทฯ ส่ง โอน และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บริษัทกลุ่มธุรกิจ บริษัทฯ ในกลุ่ม บริษัทฯ แม่ พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีสัญญาอยู่กับบริษัทฯ ทั้งในและต่างประเทศ และบริษัทฯ จะจัดเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้ตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์เหล่านี้เท่านั้น หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม การจัดเก็บ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะประกาศให้ทราบ

5. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
   5.1 แจ้งเพิกถอนความยินยอมให้เก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่จะมีข้อห้ามมิให้ เพิกถอนความยินยอมตามกฎหมายหรือสัญญาที่เป็นประโยชน์แก่ท่าน แต่การถอนความยินยอมของท่าน จะไม่กระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ความยินยอมไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมดังกล่าวอาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถทำตามสัญญา หรือให้บริการ ติดต่อให้บริการหลังการขายต่อท่านได้ครบถ้วนและสมบูรณ์
   5.2 ขอเข้าถึง และ/หรือขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเอง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บริษัทฯ กำหนด ณ สำนักงานของบริษัทฯ หรือขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้บริษัทฯ อาจปฏิเสธคำขอของท่านได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาล และการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
   5.3 ขอให้บริษัทฯ ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเองให้แก่ท่าน หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น (หากข้อมูลดังกล่าวอยู่ในรูปแบบที่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้)
   5.4 คัดค้านการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น หากข้อมูลนั้น บริษัทฯ จัดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน หรือข้อมูลนั้นเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยเพื่อการตลาดแบบตรง หรือเพื่อการศึกษาวิจัย
   5.5 แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง หรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลของท่านเป็นปัจจุบันได้
   5.6 ขอให้มีการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
   5.7 แจ้งบริษัทฯ ให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น เมื่อไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยตามวัตถุประสงค์ที่ท่านได้ให้ ความยินยอมไว้ หรือเมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป ทั้งนี้การลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลอาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถทำตามสัญญาให้บริการ หรือติดต่อให้บริการหลังการขายต่อท่านได้ครบถ้วนและสมบูรณ์
   5.8 ร้องเรียนในกรณีที่บริษัทฯ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ รวมทั้งลูกจ้าง หรือผู้รับจ้างของบริษัทฯ หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
   5.9 ท่านรับทราบว่าบริษัทฯ อาจปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุใน 5.1-5.8 หากบริษัทฯ มีเหตุโดยชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธการใช้สิทธิดังกล่าว

6. มาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทฯ จึงกำหนดให้มีและทบทวนมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ ดัดแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิ หรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบว่าด้วยการจัดการความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับ ระเบียบว่าด้วยการจัดการอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ ระเบียบว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของบริษัทฯ

7. การแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
เมื่อมีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จะแจ้งเหตุการณ์ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เท่าที่สามารถกระทำได้ เว้นแต่การละเมิดนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพของบุคคล กรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคล บริษัทฯ จะแจ้งเหตุการณ์ละเมิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบพร้อมแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้า

8. การปรับปรุงนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ อาจทำการปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เพื่อความเหมาะสมและ มีประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และการให้บริการ โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ บริษัทฯ จึงขอแนะนำให้ท่านตรวจสอบนโยบายดังกล่าวนี้เป็นระยะๆ เพื่อท่านจะได้ทราบถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลล่าสุดของบริษัทฯ

9. ช่องทางการติดต่อ
หากท่านมีข้อสงสัยอื่นใดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
   ฝ่ายควบคุมการปฏิบัติตามกฎระเบียบองค์กร
   บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด
   เลขที่ 28 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 10240
   โทรศัพท์ 02-763-7000
   Website : https://www.mitsubishi-kyw.co.th